จะพยายามแปลไปทำไม

ได้ไปช่วยติวฮูกในวิชาคณิตศาสตร์สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เนื้อหาจริง ๆ ไม่ได้ยากอะไร แต่ระหว่างอธิบายไปก็ต้องสะดุดไปตลอด เพราะว่าในเนื้อหา มีคำศัพท์ภาษาไทยแปลก ๆ หลายคำที่ไม่คุ้นตา เพราะสมัยตอนเรียนเนื้อหาประเภทนี้ไม่เคยเรียนคำพวกนี้เป็นคำศัพท์ภาษาไทยเลย

คนที่เรียนจบเฉพาะด้านมา ปกติก็จะมีคำศัพท์แบบที่เฉพาะด้านที่เรียนมา ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หมอก็มีศัพท์หมอ วิศวะก็มีศัพท์วิศวะ คอมพิวเตอร์ก็มีศัพท์คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ก็มีศัพท์คณิตศาสตร์ คำพวกนี้เรียกรวม ๆ ว่า Jargon (จาร์กอน) แปลตรงตัวว่าศัพท์เฉพาะทาง

ทีนี้พอความพยายามที่จะแปลศัพท์เฉพาะทางที่เป็นภาษาต่างประเทศให้กลายเป็นภาษาไทยเกิดขึ้น แทนที่มันจะช่วยให้เข้าใจในคำนั้นมากขึ้น กลายเป็นว่าต้องมาแปลความหมายของคำที่แปลแล้วอีก เรียกว่า งงสองเด้ง

เช่น ปม … ปมอะไรวะ ใครมีปม ต้องไปดูอีกว่ามันพูดใน context ไหน อ๋อ เรื่อง graph … แล้วไง ปมอะไรวะในกราฟ อ๋อ vertex … จบ ทำไมไม่เรียก vertex แต่แรก ตามมาด้วย ต้นไม้แบบมีลำดับ … อะไรนะ ต้นไม้ วิชาอะไรนะ คอมพิวเตอร์? tree แล้วแบบมีลำดับนี่อะไร คือมี order? อ๋อ Ordered Tree แล้วค่อยไปนึกว่า Ordered Tree คืออะไร นี่คือแปลแล้ว ต้องแปลอีก

ยังหาสาเหตุที่ดีไม่ได้ว่าทำไมต้องแปล แต่รวม ๆ คิดเอาไว้ว่า ถ้า

  1. คำที่ทับศัพท์ ใช้เป็นการกำกับคำอ่านไว้หลังคำศัพท์ เช่น Big-O (บิ๊กโอ) แล้วใช้คำว่า Big-O ตลอดบทเรียนไม่จำเป็นต้องเขียนว่า บิ๊กโอ อีก
  2. คำที่ใช้แปล ใช้เป็นการกำกับคำแปลไว้หลังคำศัพท์ เช่น Ordered Tree (ต้นไม้แบบมีลำดับ) แล้วใช้คำว่า Ordered Tree ตลอดบทเรียน โดยไม่จำเป็นต้องกำกับคำแปลไว้อีก

เพราะในความเป็นจริง เราควรจะต้องยอมรับว่า เนื้อหาประเภทนี้ เป็นเนื้อหาสากล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพยายามแปลเป็นภาษาท้องถิ่น เพราะเป็นคำที่รู้จัก และใช้กันอยู่แล้วเป็นปกติทั่วไป ไม่ว่าจะส่วนไหนของโลกก็ตาม

หากจะมีคำที่เป็นภาษาท้องถิ่น ก็ควรจะเป็นคำที่มีต้นกำเนิดจากท้องถิ่นนั้น ๆ และถูกยอมรับโดยนานาชาติ จนกลายเป็นคำที่ใช้ทับศัพท์ในภาษาสากลไปแทน

เหนื่อย!

Leave a Reply