ฟังให้เป็น

ได้มีโอกาสไปเข้าอบรมโค้ชวิถีพุทธที่สถาบันอาศรมศิลป์ คลาสนี้พี่รูฟเป็นคนแนะนำมา ส่วนหนึ่งของการอบรมมีการพูดถึงการฟังรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Deep Listening เรียนจบแล้วก็ไม่ได้มาเขียน blog เก็บไว้กันลืม จนไปเห็นคลิปหนึ่งที่แชร์กันอยู่ในเฟซบุ๊ค ทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เลยเอามาจดไว้ใน blog ดีกว่า จะได้ไม่ลืม

เข้าใจว่าเป็นคลิปประชาสัมพันธ์ของทางกลุ่ม สะมาริตันส์ (http://www.samaritansthai.com/) ซึ่งเป็นกลุ่มไม่แสวงผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาคนฆ่าตัวตาย โดยใช้วิธีการรับฟังปัญหาทางโทรศัพท์ ในคลิปเป็นตอนคุณหมิว ลลิตากำลังนั่งฟังคลิปของเป้ อารักษ์ที่โทรเข้าไปปรึกษากับทางกลุ่มเกี่ยวกับเพื่อนที่ฆ่าตัวตายไป ในคลิปจะพูดถึงการเป็นผู้ฟังที่ดี และประโยชน์ที่จะได้รับจากการฟังที่ดีด้วย

ย้อนกลับมาที่เรื่องที่ไปอบรม วิธีที่ได้รับมาจากตอนอบรมพอจะสรุปได้ประมาณนี้

  • ฟังอย่างตั้งใจ ไม่ใจลอย ถ้าใจลอยแล้วคุณย่อมไม่ได้ยินสิ่งที่ผู้พูดกำลังพูดแน่ ๆ
  • ไม่แสดงความคิดเห็น มันเป็นการขัดจังหวะผู้พูด
  • ไม่คิดขัดแย้ง มันเป็นการปิดใจเราเอง และเราจะได้ยินเฉพาะสิ่งที่เราอยากได้ยิน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดอยากสื่อให้เรารู้
  • ไม่คิดไปไกลเกินกว่าที่ได้ยิน เช่น คิดว่าเห็นด้วย แล้วไปนึกถึงว่าถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร หรือ เออ เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเรานะ ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ แล้วก็คิดเตลิดไปไกล

สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราสามารถฟังได้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพคือสติ เราต้องรู้ตัวอยู่เสมอว่าเรากำลังฟัง เมื่อมีความคิดใดที่จะส่งขัดขวางการฟัง เราก็ควรจะรู้ตัว และทิ้งมันไปซะ

ดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว โคตรยาก ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างมาก แต่ถ้าทำได้นี่จะเป็นประโยชน์กับทั้งผู้พูดและผู้ฟังอย่างมหาศาล ทุกวันนี้ก็ยังต้องพยายามเตือนสติตัวเองอยู่ อย่าใจลอย อย่คิดเรื่องอื่น ฟังแล้วอย่าเพิ่งตีความ อย่าเพิ่งขัด ฟังให้จบ จบแล้วค่อยคิด คิดแล้วค่อยถาม หรือแสดงความคิดเห็น ถ้าเขาต้องการ

ตอนนี้ยังทำได้ไม่ดี แต่ก็ต้องพยายามทำต่อไป เพราะตอนที่เราอยากให้มีใครฟังเรื่องของเรา เค้าก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

Leave a Reply