20 บาท

เมื่อเช้าขึ้นวินที่ท่ารถวัดคลองเตยนอก ไปลงศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ในราคาปกติ 30 บาท เปิดกระเป๋าตังค์มา เจอแบงก์ 20 ใบนึงกับแบงก์พันใบนึง ล้วง ๆ ในกางเกงเจอเหรียญอีก 15 บาท ในใจก็แว่บขึ้นมาว่า “ถ้าค้นทั้งเนื้อทั้งตัวแล้วมีเงินแค่ 20 บาทจะทำยังไงดี” โดยมีข้อกำหนดว่าต้องไป ศูนย์ประชุมฯ ให้ทันภายใน 10 นาที ด้วย

ตัวเลือกสนุก ๆ ในหัวโผล่มาประมาณนี้

  1. บอกวินไปว่า ผมมีแค่ 20 บาทติดตัว ลดให้ผมได้ไหม
  2. บอกวินไปว่า ผมมีแค่ 20 บาทติดตัว เดี๋ยวขากลับผมเอามาจ่ายได้ไหม
  3. บอกวินไปว่า จอดแวะตรง ATM แป๊บนึง เดี๋ยวผมกดเงินก่อน เงินไม่พอจ่ายค่าวิน
  4. บอกวินไปว่า ไม่ไปแล้ว เงินไม่พอ เดี๋ยวไปขึ้นรถเมล์เอา
  5. ไม่ไปทำงานเลย เสียฤกษ์

ลองย้อนกลับไปคิดถึงแต่ละตัวเลือก

  1. ถ้าขอเขาดี ๆ น่าจะให้ แต่ เขาคงไม่ค่อยพอใจ ถ้ามาใช้บริการรอบหน้า เขาคง ไม่ค่อยอยากให้บริการเรา อีก กลัวขาดทุน (Zero Sum Game — เรา win ไม่ต้องจ่าย 10 บาท เขา lose ขาดทุน 10 บาท)
  2. เหมือนกันกับข้อแรก ขอดี ๆ เขาน่าจะให้ แต่เขาอาจจะขออะไรเป็นตัวแทนเราไว้ ตอนเอามาจ่าย ก็แลกคืนกลับไป แต่ เขาก็คงไม่ค่อยพอใจ เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่มากเท่าข้อ 1 (Negative Sum Game — เรา lose ต้องกลับมาตามหาเขาเพื่อจ่ายอีก 10 บาท เขา lose ไม่ได้ไม่ได้เงินเลยทันที่ที่ให้บริการเสร็จ 10 บาท แทนที่จะได้เงินไปใช้เลยต้องมารอเราอีก)
  3. แบบนี้ดูดี แต่ จะมั่นใจได้ไง ว่ากด ATM แล้วจะไปศูนย์ประชุมได้ทันภายใน 10 นาที ที่ตู้ ATM จะมีคิวคนกดเงินไหม ตู้เงินจะหมดไหม (Risk)
  4. รถติด กว่ารถจะมา กว่าจะไปถึง เกิน 10 นาทีแน่นอน ไปไม่ทัน (Fail case)
  5. อันนี้ก็เกินไป ทิ้งแม่งหมดทุกอย่าง (Fail case)

ไม่ว่าดูข้อไหนก็ไม่น่าจะโอเค

เลยลองคิดต่ออีกนิดจากข้อ 2

ถ้าเราเปลี่ยนเป็น มีดอกเบี้ยให้ ด้วยล่ะ จากที่จะต้องคืน 10 บาท เป็นคืน 15 หรือ 20 บาท เขาน่าจะรู้สึกโอเค ขึ้น เราเองก็ ไม่ได้รู้สึกแย่ มากนัก เพราะเราเองก็ไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อมเหมือนกัน

ย้อนกลับมามองที่ที่ทำงาน

เรา … คือ PO (Product Owner)
วิน … คือ Team

เราอยากไปให้ถึงเป้าหมายให้ทันเวลา … PO ปัก Release date ไว้แล้ว ในชื่อประมาณว่า Press conference หรือ Commitment กับทางผู้บริหาร

วินบิดมอเตอร์ไซค์ได้เร็วแค่ไหน ถ้าเร็วมาก ก็เสี่ยงมาก โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เราไปไม่ถึง … PO Release ของไม่ได้ พังพินาศกันหมด

ระยะทาง PO ตั้งใจมาแล้ว ว่าจะต้องไปศูนย์ประชุม

PO

  • กำหนด Time มาแล้ว 10 นาที
  • กำหนด Feature มาแล้ว ไปให้ถึงศูนย์ประชุม
  • กำหนดคนมาแล้ว วินมอเตอร์ไซค์ 1 คน
  • กำหนดเงินมาแล้ว 20 บาท

จะทำยังไง?

  • จะตกลงกับวินว่าเรามีเท่านี้ ไปเท่านี้ก่อนนะ ช่วย ๆ กันหน่อยในแบบข้อ 1
  • หรือช่วยกันก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นจะเอาตังค์อีก 10 บาทมาจ่ายให้
  • หรือช่วยกันก่อนนะ เดี๋ยวเอามาจ่ายเพิ่มให้เป็น 20 บาท

สถานการณ์จริง มันเกิดขึ้นโดยที่ Team แทบไม่มีสิทธิ์ในการปฏิเสธ หรือชี้แจงเลยว่าไม่ทัน ต้องยอมรับสภาพรับเงินไม่ครบโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ทำไปบ่อย ๆ ก็ไม่อยากให้บริการลูกค้าคนเดิมอีก แต่เลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนป้อนงานให้เรา สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออก

PO เลือกที่จะจ่ายให้ถูก ให้เวลาน้อย กลายเป็นหนี้โดยที่ตัวเองก็ไม่ยอมรับสภาพหนี้ที่เกิดขึ้น หรือไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองก่อหนี้ที่ไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา พอทำแบบเดิมซ้ำ ๆ หนี้พอกพูน ทีมทนไม่ไหว ทีมก็ลาออก

หนี้พวกนี้ ส่วนหนึ่งมันคือ Technical Debt หรือหนี้ทางเทคนิค ลักษณะเด่นคือ ดอกสูง และวิธีการคำนวณดอก มันทบต้นด้วย ยิ่งปล่อยไว้ แล้วถ้ายังกู้อีก มันโตเร็วมาก เป็น Exponential

ถ้า PO ปิดตาไม่รับรู้หนี้ก้อนนี้ วันนึงมันจะไปแตะจุดที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า ทำใหม่ถูกกว่า เพราะข้างในของที่ทีมทำมันยุ่งเหยิงเหลือเกิน แตะตรงไหนก็พัง ไม่มีเวลาให้ทีมปรับปรุงให้มันดูดี ดูสวย และทดสอบได้เลย

เมื่อไหร่ PO จะรู้ตัวว่าตัวเองมีหนี้ และเมื่อไหร่ PO จะพร้อมที่จะจ่ายหนี้ตรงนี้วะ

Leave a Reply